
น้ำผักและผลไม้คั้นสด
ประโยชน์ของผักและผลไม้แต่ละชนิด
กระเจี๊ยบแดง (Jamaican Sorrel, Rosella) Hibiscus sabdariffa Linn. Fam. : MALVACEAE ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อน ยอดอ่อน แกงส้ม ต้มส้ม
คุณค่าทางโภชนาการ กลีบเลี้ยงและใบประดับมีวิตามินซี มีกรดซิตริก มัลลิค ธาตุแคลเซียมสูง มีวิตามินเอและอื่นๆ ใบมีวิตามินเอสูงมาก 12,583 I.U. ต่อ 100 กรัมของส่วนที่กินได้ มีแคลเซียมสูง มีฟอสฟอรัสและอื่นๆ
ใช้เป็นยา ยอดและใบ ช่วยย่อยอาหาร ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาบำรุงธาตุ และยาระบาย ใช้ภายนอกคือ ตำพอกฝี ต้มน้ำชะล้างแผล ใบตำให้ละเอียดนำมาประคบฝีกลีบเลี้ยงทำให้สดชื่น ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ แก้นิ่ว แก้กระหายน้ำ เมล็ด ลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด บำรุงธาตุ ขับน้ำดี แก้ปัสสาวะขัดและเจ็บ
แคนตาลูป (Cantaloupea) Cucumis melo var. cantalupensis Fam. : CUCURBITACCEAE ใช้เป็นอาหาร ผลสุก รับประทานเป็นผลไม้ ทำเป็นน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อแคนตาลูป มีวิตามินเอสูงมาก มีวิตามินซีเล็กน้อย มีน้ำตาล และมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ผลเป็นยาขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ ขับน้ำนม ขับเหงื่อ บำรุงหัวใจ สมอง แก้อักเสบทางเดินปัสสาวะ แก้กระหาย ดับพิษร้อน
แครอท (carrot) Daucus carota Linn subsp. Sativus Thell. Fam. : UMBELLIFERAE ใช้เป็นอาหาร หัว ผัด ใส่แกงจืด ทำส้มตำแบบมะละกอ ดอง ขูด ละเอียดนำไปกวนทำขนม แกะสลัก ประกอบการตบแต่งอาหารทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ หัว มีสารเบต้า-แคโรทีนสูง มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ธาตุแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี 1 บี 2 และวิตามินซี
ใช้เป็นยา หัว มีปริมาณของเกลือโปตัสเซียมสูงซึ่งทำให้มีฤทธิ์ในทางขับปัสสาวะ มีน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ในทางขับพยาธิไส้เดือน
ตะไคร้ (Lemon Grass, Lapine) Cymbopogon citratus Stapf Fam. : GRAMINAE ใช้เป็นอาหาร ต้นสด นำมาแต่งกลิ่นเป็นอาหาร เป็นเครื่องเทศ เช่น เป็นส่วนผสมของเครื่องแกงต่างๆ ต้มยำ ยำต่างๆ ต้นสด ทำน้ำตะไคร้ได้
คุณค่าทางโภชนาการ ทั้งต้น มีน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะลำต้นใต้ดินและบนดินถ้ากลั่นด้วยไอน้ำจะให้น้ำมันหอมระเหย ชื่อ Lemongrass oil น้ำมันนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ มีเมนทอล แคลเซียม และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ทั้งต้น เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้องขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค เป็นยาทานวดก็ได้ หัว รักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงธาตุ แก้อาการขัดเบา ใบสด จะช่วยลดความดันโลหิตสูง แก้ไข้ ราก เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย ต้น เป็นยาแก้ขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้ผมแตกปลาย แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว และเป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ
บัวบก (Asiatic Penyrort) Centella asiatica Urban Fam. : UMBELLTFERAE ใช้เป็นอาหาร ทั้งต้น กินเป็นผักสด หรือลวกกินกับขนมจีน น้ำพริก นำมาเป็นผักเหนาะกินกับแกง นำมายำ ทำน้ำใบบัวบก
คุณค่าทางโภชนาการ บัวบกมีน้ำมันหอมระเหยทุกส่วน สารที่มีรสขม มีสารไกลโคไซด์ มีวิตามินเอสูงมาก มีธาตุแคลเซียม และสารอื่นๆ
ใช้เป็นยา ทั้งต้น นำมาต้มน้ำดื่ม แก้ฟกช้ำได้ ลดการอักเสบได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ตำพอกรักษาแผลสด ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ขับปัสสาวะและทำครีมทาผิวหนังแก้อักเสบ
เตยหอม (Pandanus) Pandanus odorus Ridl.
Fam. : PANDANACEAE ใช้เป็นอาหาร น้ำคั้นจากใบ นำมาแต่งกลิ่นแต่งสีขนม
คุณค่าทางโภชนาการ ใบเตยสด มีน้ำมันหอมระเหย รสหวาน หอม มัน และมีสีเขียวที่นิยมใช้แต่งสีอาหาร เป็นสารคลอโรฟิลล์
ใช้เป็นยา ใบสด ต้มกับน้ำดื่ม ลดอาการกระหายน้ำ บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น ต้นและราก เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวาน และแก้กระษัยน้ำเบาพิการ
ฝรั่ง (Guava) Psidium guajava Linn. Fam. : MYRTACEAEเป็นอาหาร ผลแก่ รับประทานเป็นผลไม้ และทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ ผลฝรั่งแก่เต็มที่มีวิตามินซีสูงจะลดลงเมื่อสุก ช่วยปกป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน มีวิตามินเอ วิตามินบี1 บี2 และบี6 ธาตุเหล็ก และแคลเซียมมีกรดอินทรีย์หลายชนิด และมีน้ำตาลเล็กน้อย
ใช้เป็นยา ใบ แก้อาการท้องเดิน เนื้อผลฝรั่งสุกเป็นยาระบายอ่อนๆ
มะขาม (Tamarind) Tamarindus indica Linn. Fam. : CAESALPINICEAE ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อน ดอก มีรสเปรี้ยว ใส่ในอาหาร ต้มยำ ต้มโคล้ง ฝักอ่อน มีรสเปรี้ยว ใช้ปรุงอาหาร น้ำพริกมะขาม ฝักแก่ รสเปรี้ยว ใช้เป็นเครื่องปรุงรส แกงส้ม แกงคั่ว
คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อมะขามเปียก มีกรดอินทรีย์สูง แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินและเอเล็กน้อย มีกัม เพคติน และอื่น ๆ เมล็ดมะขาม มีมิวซีเลจสูง ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำมันชนิด semidrying fixed oil และอื่น ๆ
ใช้เป็นยา ใบแก่ เป็นยาแก้ไอ แก้โรคบิด ขับเสมหะในลำไส้ เนื้อในผล แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ เมล็ดแก่ เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนในท้องเด็ก
มะเขือเทศ (Wild Tomato, Love Apple) Lycopersion esculentum Mill. Fam. : SOLANACEAE ใช้เป็นอาหาร ผลสุก ปรุงอาหารประเภทต้มหรือยำ หรือบริโภคสด แต่งสีอาหาร
คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเทศสุก มีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเกือบครบ เช่น เอ บี ซี เค และวิตามินอื่น ๆ วิตามินเอนั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะในมะเขือเทศสีดาและมีสารที่ให้สีเหลืองส้ม ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก และอื่น ๆ
ใช้เป็นยา มะเขือเทศสุก จะช่วยย่อย อาหารดีขึ้น ช่วยระบาย และช่วยฟอกเลือด ใช้มะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ หรือน้ำคั้นจากผลสดทาหน้า ช่วยทำให้ผิวหน้าตึงมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น
กล้วยหอม (Banana, Cultivated Banana) Musa sapientum Linn. Fam. : MUSACEAE ใช้เป็นอาหาร ผลแก่จัด นำมาทอด ฝานอบเนย ผลสุก รับประทานเป็นผลไม้ ทำขนมเค้ก ทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ กล้วยหอมสุก มีน้ำตาลหลายชนิด มีสารเพคติน มีโปรตีน วิตามินเอและซี ธาตุฟอสฟอรัส และแคลเซียม สารที่ให้กลิ่นหอมในกล้วยหอมสุก คือ amyl acetatea
ใช้เป็นยา ใบตอง ใช้ปิดแผลไฟไหม้ ใช้ใบตองที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไปและฆ่าเชื้อก่อนใช้เปลือกกล้วยหอมสุก ใช้รักษาส้นเท้าแตก โดยใช้เปลือกด้านทีติดเนื้อกล้วย ทาติดต่อกันจนกว่าจะหาย
ขิง (Ginger) Zingiber officinale Roscoe Fam. : ZINGIBERACEAE ใช้เป็นอาหาร ขิงสด ใช้ปรุงอาหาร เป็นผักจิ้ม ทำขิงดอง ทำน้ำขิง
คุณค่าทางโภชนาการ ขิง มีน้ำมันหอมระเหย 1-3 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ขิงมีกลิ่นหอม และมีน้ำมันชัน (oleoresin) ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเหง้าขิงแก่ๆ สารชนิดนี้ทำให้ขิงมีกลิ่นฉุน และรสเผ็ด ยังมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสและอื่นๆ
ใช้เป็นยา ต้น ขับผายลม บรรเทาอาการจุกเสียด แน่นเฟ้อ บำรุงธาตุไฟ รักษานิ่ว ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ รักษาโรคตา บิด ลมป่วง ท้องร่วงอย่างแรง อาเจียน ใบ บรรเทาอาการฟกช้ำ ช่วยย่อยอาหาร ขับผายลม รักษาโรคกำเดาและนิ่ว ขับลมในลำไส้ ดอก ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ และบำรุงธาตุไฟ ผล รักษาอาการไข้
มะนาว (Common Lime, Lime) Citrus aurantifolia Swing Fam. : RUTACEAE ใช้เป็นอาหาร น้ำจากผล ใช้ปรุงรสอาหารให้มีรสเปรี้ยว ใช้ทั้งน้ำและเปลือกรับประทานกับเมี่ยง ใช้ดองไว้ปรุงอาหาร ทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ น้ำมะนาวมีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดซิตริก มาลิค วิตามินซีสูง และมีสารอื่นๆ ผิวมะนาว มีน้ำมันหอมระเหย มีวิตามินเอ และซี มีธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัสสูงกว่าในน้ำมะนาวมีสารที่มีรสขม และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ใบ ต้มเอาน้ำกิน เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้ท้องอืด ท้องเสีย ช่วยขับลม และทำให้เจริญอาหาร ผล คั้นเอาน้ำกินเป็นยาแก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้เลือดออกตามไรฟัน และถ่ายพยาธิ หรือผลดองเกลือใช้เป็นยาขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ เปลือกผล เปลือกผลแห้ง ต้มน้ำกินเป็นยาแก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้ปวดท้อง ขับเสมหะ บำรุงกระเพาะอาหาร และขับลม รากสด แก้ฟกช้ำจากการถูกกระแทกหรือหกล้ม แก้ปวด และแก้พิษสุนัขกัด
มะละกอ (Papaya, Pawpaw) Carica papaya Linn. Fam. : CARICACEAE ใช้เป็นอาหาร ผลดิบ นึ่งหรือต้มรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก ผัดกับไข่หรือหมู ทำส้มตำ แกงส้ม ยอดอ่อนดอง รับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก ผลสุก รับประทานเป็นผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ ผลมะละกอดิบมียาง มีสารเพคติน แคลเซียม วิตามินซี และอื่นๆ ผลมะละกอสุก มีวิตามินเอสูง วิตามินซี สารเพคติน เหล็ก แคลเซียม และมีสาร carotenoid เป็นสารที่ทำให้เนื้อมะละกอสุกมีสีส้ม
ใช้เป็นยา ต้นมะละกอ ขับประจำเดือน ลดไข้ ดอก ขับปัสสาวะ ราก แก้กลากเกลื้อน ยาง ช่วยกัดแผล รักษาตาปลาและหูด ฆ่าพยาธิ
ระกำ (Rakam, Sala) Salacca rumphii Wall. Fam. : PALMAE ใช้เป็นอาหาร ผลดิบ รสเปรี้ยวนำมาตำน้ำพริก ใส่แกงส้ม ผลสุก รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยวรับประทานเป็นผลไม้ หรือดองหวาน
คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อระกำ มีกรดอินทรีย์ มีน้ำตาล มีวิตามินซีเล็กน้อย มีธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัส และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ผล กินเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ แก่น มีรสขมหวาน ใช้เป็นยาขับเสมหะ รักษากำเดา รักษาเลือด
ว่านหางจระเข้ (Aloe, Aloin, Star Cactus, Jafferabad, Barbados) Aloe barbadensis Mill., A. indica Royle., A. vera Linn. Fam. : LILIACEAE ใช้เป็นอาหาร วุ้นจากใบ ทำลอยแก้ว วุ้นแช่อิ่ม และทำน้ำว่านหางจระเข้
คุณค่าทางโภชนาการ วุ้นและน้ำเมือก จะมีสารพวก Aloethin A เป็นสารพวก Glycoprotein และมีสารอื่นๆ ยางสีเหลือง มีสารออกฤทธิ์ที่เป็นยาถ่าย เป็นสารจำพวกแอนทราควินโนน
ใช้เป็นยา น้ำยางจากใบ ผสมกับสารส้มกิน รักษาโรคหนองใน ใบ ให้ยาดำใช้เป็นยาระบายและเป็นยาถ่ายจะออกฤทธิ์ที่ลำไส้ใหญ่ วุ้นจากใบ รักษาแผลไฟไหม้ การอักเสบของผิวหนัง และรักษาแผลที่เกิดจากการไหม้และจากเอกซเรย์ วุ้นใช้รักษาจุดด่างดำบนใบหน้า ฝ้า ส่วนใบสดใช้ฝานหนาๆ แล้วทาปูนแดงใช้ปิดขมับ รักษาอาการปวดศีรษะ ทำให้เย็น ดูดพิษ รากและเหง้า นำไปต้มกินรักษาโรคหนองใน
เครื่องดื่มทายนิสัย
ชอบดื่มน้ำหวาน
คนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มจำพวกน้ำหวานธรรมดาๆง่ายๆนั้น มักเป็นคนที่รักสงบ ชอบทำงานประเภทที่มีความมั่นคงปลอดภัย มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ และมีหลักประกันในชีวิตที่แน่นอน ความสับสนวุ่นวายเป็นสิ่งที่มักหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอ ทั้งยังมีความมานะพยายามสูง ค่อนข้างจะยึดมั่นในสิ่งที่ตนคิดเอามากๆ ไม่ใช่คนที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆได้โดยง่าย ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีความสุขอยู่เสมอ และมีความหวังในชีวิตอยู่ตลอดเวลา
ชอบดื่มน้ำอัดลม สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมมากที่สุดนั้น มักเป็นคนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองเอามากๆ ไม่มีใครสามารถบังคับให้อยู่ในกฎเกณฑ์ได้ ทั้งยังเป็นคนที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นเท่าที่ควร แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่ให้ความสนใจในเรื่องลึกซึ้ง เช่นพวกธรรมะ หรือศาสนา และเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน นอกจากนี้ยังเป็นคนรักการเดินทางมาก ชอบการผจญภัยตลอดเวลา และไม่เคยย่อท้อต่อความผิดหวัง
ชอบดื่มน้ำผลไม้ ส่วนคนที่ชอบดื่มน้ำผลไม้มากที่สุด จนเป็นเครื่องดื่มแสนโปรดปรานนั้น มักเป็นคนที่มีความขยันขันแข็งมาก ทำงานได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยทีเดียว และจะมีความสุขมากหากได้ทำงาน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือ รับใช้บริการมากๆ จนเหมือนคนชอบเข้าไปวุ่นวายในชีวิตคนอื่นๆ แต่ว่าก็จะทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเสมอ และยังมีลักษณะของคนที่เจ้าระเบียบ ออกจะจู้จี้จุกจิกอยู่สักหน่อย ให้ความสำคัญต่อเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนลืมสิ่งสำคัญไปอยู่บ่อยๆ
ชอบดื่มกาแฟ ผู้ที่มีเครื่องดื่มที่ชอบที่สุดคือกาแฟนั้น มักเป็นคนที่มีความคาดหวังในชีวิตสูงมาก เมื่อตั้งความหวังอะไรไว้ ก็จะพยายามไปถึงสิ่งที่หวังนั้นให้ได้อย่างใจเย็น และรู้จักการรอคอย ทั้งยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ยึดถือในเหตุผลและหลักการ ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ไม่ใช่คนที่ซับซ้อนอะไรเลย หากเป็นคนจริงจังและตรงไปตรงมามาก ชอบคิดอะไรง่ายๆ แต่ไม่ค่อยมีรายละเอียดในชีวิตนัก
ชอบดื่มไวน์ สำหรับคนที่ชอบดื่มไวน์นั้น มักเป็นคนที่มีรายละเอียดและกฎเกณฑ์ ในชีวิตเสมอ ทั้งยังเป็นคนที่ยึดมั่นต่อขนบธรรมเนียมประเพณีมากๆอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ยึดมั่นในความถูกต้องและกฎเกณฑ์ ที่ดีงามของสังคม เป็นคนที่รู้จักกาละเทศะ และสามารถเข้าสังคมได้ดี นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่องพิธีกรรมต่างๆเป็นอย่างสูง และค่อนข้างจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม จึงมักจะมีปัญหากับคนที่ชอบทำตัวอิสระเกินขอบเขต
ชอบดื่มเหล้าต่างๆ สำหรับคนที่ชอบดื่มเหล้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นบรั่นดี วิสกี้ วอดก้า หรือเหล้าใดๆก็ตามนั้น มักเป็นคนที่รักความสนุกสนาน ชอบแสวงหาความบันเทิงให้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นคนที่ใจกว้างทำให้เป็นที่รู้จักของคนมากหน้าหลายตา และมักจะสนใจในเรื่องที่มีความสำคัญมากๆเท่านั้น แต่กับเรื่องเล็กๆใกล้ตัว กลับกลายเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบได้อย่างน่าแปลกใจ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองมาก เช่น บุคลิกอาจดูเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วจิตใจอ่อนแอยิ่งนัก
ชอบดื่มเบียร์ ส่วนคนที่ชอบดื่มเบียร์มากที่สุดในบรรดาทั้งหลายนั้น มักเป็นคนที่มีชีวิตชีวา และมีจิตใจที่ฮึกเหิมกล้าหาญมาก และรักการผจญภัยเป็นที่สุด ทั้งยังเป็นคนใจร้อนใจเร็วไปเสียทุกเรื่อง โดยไม่สนใจสถานการณ์ใดๆทั้งสิ้น และยังไม่ใช่คนรอบคอบที่รู้จักคิดอะไรโดยมีการไตร่ตรองนัก มักเปลี่ยนใจง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นตัวของตัวเองมาก ให้ทนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบจะทนไม่ได้เลย มีความเป็นอิสระสูง และชอบการแสดงออก
ชอบดื่มน้ำชา คนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มจำพวกชาต่างๆนั้น มักเป็นคนที่มีความละเมียดละไมในการใช้ชีวิตมาก มีความนุ่มนวลอ่อนโยน และชอบเอาอกเอาใจคนรอบข้าง คนที่อยู่ใกล้ชิดมักรู้สึกถึงความสงบ อบอุ่น และผ่อนคลาย ทั้งยังสามารถเข้าได้กับคนทุกกลุ่ม และมีเสน่ห์ต่อทุกคน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ปรับตัวได้เก่ง ช่างประนีประนอม และไม่ชอบความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น แถมยังเป็นคนที่มักลังเลในการตัดสินใจเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ยุติธรรมมาก
น้ำผลไม้ที่ควรดื่ม ตามกรุ๊ปเลือด
คนเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนมากจะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ • น้ำสับปะรด • น้ำลูกพรุน แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิล น้ำส้ม น้ำกะหล่ำปลี
เลือดกรุ๊ปเอ เรียกว่าตรงข้ามกับกรุ๊ปโอ แทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่น • ไส้กรอก • แฮม เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร
เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ • น้ำแอปพริคอต • น้ำแคร์รอต
• น้ำเซเลอรี • น้ำเกรปฟรุต • น้ำสับปะรด • น้ำมะนาว เพราะมี วิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปบี เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงควรกินอาหารจำพวก• ผักใบเขียว • ตับ • ไข่ • นมไขมันต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ • น้ำกะหล่ำปลี • น้ำแครนเบอร์รี่ • น้ำองุ่น • น้ำมะละกอ • น้ำสับปะรด เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะ แต่ให้ระวังการดื่มน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปเอบี คนเลือดกรุ๊ปนี้ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น • บร็อกโคลี่ • เชอร์รี่ • ส้มโอ • เกรปฟรุต • กะหล่ำปลี • และดื่มน้ำแคร์รอต • น้ำเซเลอรี • น้ำแครนเบอร์รี่ • น้ำองุ่น • และน้ำมะละกอ เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก
ราศีเกิดกับน้ำสมุนไพร ในทางโหราศาสตร์ได้จัดแบ่งราศีเกิดของคนเราตามการหมุนของดวง อาทิตย์ไว้ 12 ราศี แต่ละราศีจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของแต่ละคน และมี ผลต่อร่างกายของคนเราซึ่งประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุ ลม และธาตุไฟ บุคคลแต่ละคนจะมีธาตุหนึ่งธาตุใดในร่างกายเด่นชัดออกมา และจะแสดงออกเป็นบุคลิก นิสัย ใจคอ อารมณ์รวมทั้งพฤติกรรมการเลือก บริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลได้ ซึ่งราศีเกิด แต่ละคนสามารถพิจารณาจากวันเดือนเกิดของตัวเองได้ ดังนี้ ผู้ที่เกิดราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เมย - 13 พค ราศีแกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีเมษ) ผู้ที่เกิดราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พค - 14 มิย ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีพฤษภ) ผู้ที่เกิดราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิย - 15 กค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคMาอยู่ราศีเมถุน) ผู้ที่เกิดราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 กค - 16 สค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกรกฏ) ผู้ที่เกิดราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 สค - 16 กย ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีสิงห์) ผู้ที่เกิดราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 กย - 16 ตค ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกันย์) ผู้ที่เกิดราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ตค - 15 พย ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีตุลย์) ผู้ที่เกิดราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พย - 15 ธค. ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีพิจิก) ผู้ที่เกิดราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธค - 13 มค ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีธนู) ผู้ที่เกิดราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มค - 12 กพ ราศีเกิดเป็นธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีมังกร)
ผู้ที่เกิดราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 กพ - 13 มีค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกุมภ์) ผู้ที่เกิดราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มีค - 12 เมย ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีมีน) ธาตุดิน มักชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวานรสมันและ รสเค็ม -รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขามป้อม น้ำลูกหว้า -รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย -รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว -รสเค็ม เช่น เกลือ ธาตุน้ำ มักจะชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสขม - รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำมะยม น้ำส้มโอ น้ำมังคุด น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำส้มเขียวหวาน น้ำลังสาด น้ำลิ้นจี่ น้ำเชอรี่ น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำทับทิม น้ำพุทรา น้ำสตอเบอรี่ น้ำมะขวิด น้ำมะปราง น้ำมะเฟือง น้ำมะไฟ น้ำมะม่วง - รสขม เช่น น้ำมะระขี้นก น้ำเห็ดหลินจือ น้าใบบัวบก ธาตุลม มักจะชอบดื่มน้ำผักผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน -รสเผ็ดร้อน เช่น น้ำกระเพราแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้ธาตุไฟ มักชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสหอมเย็น (สุขุม) รสจืด -รสหอมเย็น (สุขุม) เช่น น้ำลูกเดือย น้ำเม็ดแมงลัก น้ำอาร์ซี น้ำแตงไทย น้ำมะพร้าว น้ำรากบัว น้ำลูกจาก น้ำลูกตาลอ่อน - รสจืด เช่นน้ำผักคะถ้าน้ำผักตำลึงน้ำแตงกวา น้ำคึ่นช่าย น้ำดอกคำฝอย น้ำว่านหางจระเข้ น้ำกระหล่ำปลี น้ำผักกวางตุ้ง สรุป ไม่ว่าจะเกิดราศีใดก็ตามไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำสมุนไพรเฉพาะธาตุ ราศีเกิดของตัวเองเท่านั้น แต่ควรดื่มน้ำสมุนไพรรสชาติอื่น ๆ ด้วย เพราะถ้า หากเราดื่มน้ำสมุนไพรตามธาตุหนึ่งธาตุใดน้อยหรือมากเกินไป จะทำให้ ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นควรดื่มน้ำสมุนไพรครบทั้ง 4 ธาตุ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้สารอาหารหลาย ๆ ชนิด
สูตรน้ำผักและน้ำผลไม้สด
-สูตร Ultimate detoxส่วนผสม : แอปเปิ้ลเขียว 2 ผล แคร์รอต 4 หัววิธีทำ : คั้นน้ำแคร์รอตและแอปเปิ้ลเขียว ผสมเข้าด้วยกัน เติมน้ำแข็ง 1-2 ก้อน ดื่มทันที สูตรนี้จะช่วยล้างอวัยวะภายในและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน- สูตร Juice Boostส่วนผสม: สตอเบอร์รี่ 200 กรัม แตงโม 200 กรัมวิธีทำ : คั้นน้ำผลไม้ทั้ง 2 ชนิด แล้วนำไปปั่นผสมรวมกับน้ำแข็ง 2 ก้อน สูตรนี้คุณจะได้ธาตุสังกะสีและโพแทสเซียมที่ช่วยกำจัดพิษ และยังได้วิตามินซีที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโรคอีกด้วย- สูตร Squeaky greenส่วนผสม : แคร์รอต 175 กรัม ปวยเล้ง 100 กรัมผักกาดหอม 100 กรัม ขึ้นฉ่าย 90 กรัมผักชีฝรั่ง 25 กรัมวิธีทำ : คั้นส่วนผสมทั้งหมด นำน้ำที่ได้ไปปั่นรวมกับน้ำแข็ง 2 ก้อน สูตรนี้เป็นเครื่องดื่มชั้นยอดที่ใช้ในการล้างพิษ และป้องกันการสะสมพิษ แคร์รอต ปวยเล้ง ขึ้นฉ่าย และผักชีฝรั่ง จะช่วยฟื้นฟูและระบบน้ำเหลือง ช่วยย่อยอาหาร ส่วยผักชีฝรั่งจะช่วยลดการเกิดนิ่วในไต- สูตร Sleep tightส่วนผสม : องุ่นเขียว 125 กรัม ผักกาดหอม 50 กรัม ขึ้นฉ่าย 50 กรัม สับปะรด 125 กรัมวิธีทำ : คั้นส่วนผสมทั้งหมด ผสมน้ำที่ได้เข้าด้วยกันเติมน้ำแข็ง 2 ก้อน ปั่นให้เข้ากัน ผักกาดหอมและขึ้นฉ่าย จะช่วยฟื้นฟูตับระบบน้ำเหลือง และระบบย่อยอาหาร ส่วนสัปปะรดและองุ่นจะช่วยล้างพิษ แต่เมื่อนำมาผสมรวมกันจะทำให้หลับนาน
น้ำฝรั่งส่วนผสม ฝรั่งแก่จัด (หันชินเล็ก ๆ) 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) เกลือป่นเล็กน้อย 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ เลือกฝรั่งที่แก่จัด ล้างน้ำสะอาด ฝานเฉพาะเนื้อชิ้นเล็ก ๆ นำใส่เครื่องปั่น เติมน้ำสุก ปั่นจนละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นเล็กน้อย ชิมรสตามใจชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีสารเบต้า-คาโรทีน ช่วยลดสารพิษในร่างกาย ทั้งยังป้องกันไม่ให้ไขมันจับที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดแข็งตัว คุณค่าทางยาช่วยลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วย เส้นเลือดอุดตันน้ำมะขามส่วนผสม เนื้อมะขามสด หรือเปียก 20 กรัม (2 ฝักใหญ่) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5ช้อนชา) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำมะขามสดไปลวกในน้ำต้มเดือด ตักขึ้นแกะเอาแต่เนื้อมะขาม นำไป ต้มกับน้ำตามส่วนผสมให้เดือด เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ แต่ถ้าใช้มะขามเปียก ควรแช่น้ำไว้สัก 1/2 ชั่วโมง เพื่อให้มะขามเปียก เปื่อยยุ่ยออกมารวมกับน้ำ ก่อนนำไปต้มจนเดือด แล้วปรุงด้วยน้ำเชื่อม และเกลือ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วย บำรงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ คุณค่าทางยาช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการ ขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันน้ำสับปะรดส่วนผสม น้ำสับปะรด 240 กรัม (1/4 ผลใหญ่) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำสับปะรดล้างให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วล้างอีกครั้ง คั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสมากช่วยบำรุงกระดูก และฟันรองลงมามีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือด ออกตามไรฟัน คุณค่าทางยาช่วยย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้อง ลดอาการ อักเสบ บวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยขับ เสมหะ น้ำส้มส่วนผสม ส้มเขียวหวาน 220 กรัม (3 ผลขนาดกลาง) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำส้มมาล้างเปลือกให้สะอาดใช้มีดผ่าขวางลูก คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือ ตักเอาเมล็ดออก ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอมาก ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ช่วยบำรุง กระดูก และ ฟัน คุณค่าทางยาป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตาม ไรฟันน้ำกระเจี๊ยบส่วนผสม ดอกกระเจี๊ยบสด/แห้ง 20 กรัม (5 ดอก) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำเปล่า 200 กรัม (14 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนคาว) วิธีทำ 1 เอาดอกกระเจี๊ยบสดหรือแห้งก็ได้ ล้างน้ำทำความสะอาดนำใส่หม้อ ต้มจนเดือด แล้วลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวเรื่อย ๆ จนน้ำเป็นสีแดง จนเข้มข้น 2. เอาดอกกระเจี๊ยบขึ้นจากหม้อต้ม แล้วเอาน้ำเชื่อมและเกลือใส่ลงไป ปล่อยให้น้ำกระเจี๊ยบเดือด 1 นาที ก็ยกลง ชิมรสตามใจชอบ 3. เอาขวดแม่โขงมาล้างทำความสะอาด ต้มในน้ำเดือด 20 นาที นำ น้ำกระเจี๊ยบแดงมากรอก แล้วปิดจุกให้แน่น เก็บไว้ได้นาน (ควร แช่ในตู้เย็น) หรืออีกวิธีหนึ่ง นำดอกกระเจี๊ยบมาตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผง นำผงกระเจี๊ยบครั้งละ 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิกรัม ) ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหารให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตารอง ลงมามีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน คุณค่าทางยาช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต เป็นยาระบาย อ่อนๆ และช่วยแก้อาการกระหายน้ำน้ำใบบัวบกส่วนผสม ใบบัวบก 10 กรัม (หั่น 5 ช้อนคาว) น้ำเชื่อม 15 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำใบบัวบกล้างให้สะอาด นำไปใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำครั้งส่วน ปั่นให้ ละเอียด กรองเอาแต่น้ำ ใส่น้ำที่เหลือ กั้นน้ำให้แห้ง นำน้ำที่ได้ใส่น้ำเชื่อม ชิมรส ตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ สูงมาก ช่วยบำรุงสายตา และสาร แคลเซียมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด คุณค่าทางยาช่วยแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหาย น้ำ ลดอาการปวดศีรษะข้างเดียว บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้าได้ดี แก้ความดันโลหิตสูง ถ้าดื่มทุกวันเพียง 1 สัปดาห์ความดันโลหิต ที่สูงจะลดลง นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบและ รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ เลือดแข็งตัวเร็ว ช่วยขับปัสสาวะน้ำขิง ส่วนผสม ขิงสด 15 กรัม (ขนาด 1” x 15” 5 ชิ้น) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำขิงมาปอกเปลือกล้างให้สะอาดหั่นเป็นแว่นใส่หม้อใส่น้ำ ตั้งไฟต้ม น้ำจนเดือดสักครู่ยกลง กรองเอาขิงออก ใส่น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ หรืออีกวิธีหนึ่ง ใช้เหง้าขิงแก่ฝนกับน้ำมะนาว ใช้กวาดคอ หรือใช้ เหง้าขิงสดตำผสมน้ำเล็กน้อย นั้นเอาน้ำและใส่เกลือนิดหน่อยใช้จิบบ่อย ๆ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร พรั่งพร้อมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยัง มีสารเบต้า-แคโรทีนอีกด้วยซึ่งช่วยต้านโรคมะเร็ง คุณค่าทางยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม และขับเสมหะ แก้อาการ คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ ช่วยเจริญอาหาร กินข้าวได้นอกจากนั้นยังลดการจับตัวของลิ่มเลือด ช่วยย่อยอาหารโดยเพิ่มการหลั่งน้ำดีและน้ำย่อย ต่าง ๆ ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารน้ำตะไคร้ส่วนผสม ตะไคร้ 20 กรัม (1 ต้น) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำตะไคร้มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น ทับให้แตก ใส่หม้อต้มกับ น้ำให้เดือดกระทั่งน้ำตะไคร้ออกมาปนกับน้ำจนเป็นสีเขียว สักครู่จึงยกลง กรองเอาตะไคร้ออก เติมน้ำเชื่อมชิมรสตามชอบหรืออาจเอาเหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดิน ล้างให้สะอาด ฐานเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงเป็นชา ดื่มวันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 ถ้วยชา จะช่วยขับปัสสาวะให้สะดวก ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยัง แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วย เพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร คุณค่าทางยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ขับ ปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดีช่วยลดพิษของสารแปลก ปลอมในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตน้ำใบตำลึงส่วนผสม ใบตำลึง 20 กรัม (หัน 10 ช้อนคาว) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำมะนาว 10 กรัม (2 ช้อนชา) น้ำต้มเปล่าสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนคาว) วิธีทำ นำใบตำลึงมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำต้มครึ่งหนึ่ง (7 ช้อนคาว) ปั้นให้ละเอียด นำไปกรอง ใส่น้ำที่เหลือนั้นเอาแต่น้ำ นำน้ำทีได้ไปใส่เกลือ น้ำมะนาว น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตา มี แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูก และ วิตามินซี ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน คุณค่าทางยานำใบมาตำให้ละเอียด แก้อาการแพ้ อาการอักเสบ แมลงกัดต่อย ช่วยป้องกันโลหิตจาง โรคมะเร็ง และหัวใจขาดเลือดน้ำมะเขือเทศส่วนผสม มะเขือเทศ 50 กรัม (1 ผลใหญ่) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำมะเขือเทศล้างให้สะอาดหั่นให้ชิ้นพอประมาณ ใส่ในเครื่องปั่น พร้อมน้ำเชื่อม เกลือ น้ำสุก ปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีเบต้า-คาโรทีน สูงมาก ช่วยต่อต้านมะเร็ง และ มีวิตามินซีมากเช่นกัน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน คุณค่าทางยาทำให้เกิดความสดชื่น แก้กระหายน้ำ ผิวพรรณ ผ่องใสช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้นช่วยฟอกเลือด และ ป้องกัน โรคมะเร็งน้ำมะนาวส่วนผสม น้ำมะนาว 30 กรัม (2 ช้อนคาว,1ผล) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำเปล่าต้มสุก 180 กรัม (12 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำมะนาวมาล้างเปลือกแล้วผ่าออก เอาเมล็ดมะนาวออกให้หมด คั้น เอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำ น้ำเชื่อม เกลือ คนให้เกลือละลาย ชิมรสตามชอบ หรืออาจเอาเปลือกของผลสดประมาณครึ่งผลหรือทุบเล็กน้อยพอให้ น้ำมันออก ชงน้ำร้อนดื่มเวลา มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีมากช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน คุณค่าทางยาช่วยขับเสมหะลดอาการไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน และช่วยขับลมในกระเพาะ แก้ท้องอืด ท้องเรื่องและอ่อนเพลีย น้ำลูกเดือยส่วนผสม ลูกเดือยดิบ 50 กรัม (5 ช้อนคาว) น้ำตาลทฆราย 10 กรัม (2 ช้อนกาแฟ) น้ำเปล่า 250 กรัม (16 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนกาแฟ) วิธีทำ นำลูกเดือยล้างให้สะอาด ใส่หม้อเติมน้ำตั้งไฟเคี่ยวจนลูกเดือยสุกเปื่อย ใส่น้ำตาล เกลือปนใส่ในเครื่องปั่น ปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร ให้ฟอสฟอรัสสูงมากช่วยบำรุงกระดูกรองลงมา มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตาบำรุงธาตุ เป็นอาหาร สำหรับคนไข้ฟักฟื้น ช่วยเจริญอาหาร คุณค่าทางยาชงเป็นยาเย็น ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน บำรุงไต กระเพาะอาหาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมใน สตรีหลังคลอด รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงน้ำธัญพืช ส่วนผสม ข้าวแดงจากข้าวซ้อมมือ 2 กำมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ 2 กำมือ ข้าวสาลีเม็ด 1 กำมือ ข้าวบาร์เลย์ 1 กำมือ ข้าวฟ่าง 1 กำมือ ลูกเดือย 1 กำมือ ลูกบัว 1 กำมือ ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ น้ำเปล่า 2 ลิตร วิธีทำ 1 นำลูกบัว ลูกเดือย ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่างมาต้มจนเดือด พอเดือดแล้วใส่ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ ข้าวแดง ตามลงไป 2 ต้มต่อไปจนเดือดอีกครั้ง จากนั้นใส่ข้าวโอ๊ตเป็นส่วนสุดท้าย เดือด แล้วปิดไฟ ปล่อยให้ข้าวต่าง ๆ นอนก้น แล้วตักแต่น้ำใส ๆ ดื่ม ร้อน ๆ หรืออุ่น ๆ ก็ได้ 3. กากข้าวเอาไปทำข้าวต้มต่อ อาจเติมฟักทอง มันเทศ หรือเผือกลง ไปก็ได้ ต้มจนข้าวเป็นยาง จึงยกลง (จากหนังสือ “กูแน่”ของดร.สาทิส อินทรกำแหง) ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร ช่วยบำรุ่งร่างกาย และแก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้กินอาหารได้นอนหลับ คุณค่าทางยาช่วยป้องกันโรคเหน็บชาน้ำดอกคำฝอยส่วนผสม ดอกคำฝอยแห้ง 2-5 กรัม (1 หยิบมือ) น้ำเดือด 150 กรัม (1 ถ้วยกาแฟ) วิธีทำ 1. เอาดอกคำฝอยใส่ในถ้วยกาแฟ เทน้ำร้อนลงไป 2. เอาช้อนกาแฟคนให้เข้ากับน้ำร้อน จนกระทั่งน้ำเป็นสีแดงปนน้ำตาล สีจะเข้ม แล้วจิบดื่มช้าๆ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางยาลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วย ขับเหงื่อช่วยระบายอ่อนๆคนจีนใช้รักษาโรคหัวใจ และ หลอดเลือดสูตรน้ำผลไม้ควบคุมน้ำหนัก
สูตรน้ำผลไม้ตัวนี้ ใช้ผสมอาหารควบคุมน้ำหนัก ลองกินดูแล้วอร่อยดี แล้วก็ลดน้ำหนักได้ด้วย • แตงโมง ¼ ลูก โยเกิตร์ ½ ถ้วย น้ำแข็ง 1 ถ้วย อาหารควบคุมน้ำหนักกลิ่นสตอเบอรี่ 2 ช้อนโต๊ะ นำมาปั่นรวมกัน แล้วก็เสริฟ์ได้ 2 แก้ว สูตรนี้ใช้ทานแทนข้าวได้หนึ่งมื้อ และในมื้อนั้นก็ไม่ต้องทานข้าวอีก • นมเปรี้ยวกลิ่นผลไม้รวม 250 ml. นำมาผสมกับอาหารควบคุมน้ำหนักกลิ่นวานิลา 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเขย่าให้เข้ากัน คุณก็ทานได้แล้ว ง่าย ๆ นิดเดียว ใช้เวลาไม่นาน แล้วก็สามารถทานแทนข้าวได้อีกหนึ่งมื้อ อิ่มด้วย อร่อยด้วย และที่สำคัญลดน้ำหนักได้อีกด้วย • โอวัลติล หรือไมโล 3 in 1 ก็ได้ 250 ml. นำมาผสมกับอาหารควบคุมน้ำหนักกลิ่นชอคโกแลต 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเขย่าให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็งด้วยก็ได้ แค่นี้คุณก็ทานได้แล้วแทนข้าวได้อีกหนึ่งมื้อ หรือจะใช้นมพร่องมันเนยแทนโอวัลติล หรือไมโลก็ได้ เลือกได้ทุกกลิ่น ทุกรส แล้วแต่คุณจะชอบ สนใจขอรายละเอียดสูตรอื่นเพิ่มเติมได้ที่www.bfit.active.ws
สูตรน้ำผลไม้ชาววัง
เป็นสูตรน้ำผลไม้ที่ได้จากข้าหลวงประจำพระองค์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ เป็นสูตรที่ในวังกำลังนิยมกันมาก ในหลวงทรงเสวยทุกวัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณสดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคมะเร็ง มีคนเป็นมะเร็งอายุประมาณ 80 กว่า ต้องให้คีโม แต่ปรากฏว่าพอรับประทานน้ำผลไม้สูตรนี้ไปเป็นเวลาประมาณไม่ถึง 1 เดือน ปรากฏว่ามีผมงอกขึ้น และแข็งแรงขึ้นมาก จนหมอตกใจ ลองนำไปปั่นทานกันดูน่าจะดีต่อสุขภาพไม่มากก็น้อย 1.แอปเปิ้ล 1 ผล 2.แครอท 1 ลูก 3.ผักสลัด(ผักกาดแก้ว) 3 ใบ 4.ตั้งโอ๋ 2 ก้าน 5.มะนาว 1 ลูก 6. น้ำเสาวรส 1/2 แก้ว (ถ้าไม่มีสดให้ซื้อน้ำเสาวรสกระป๋องก็ได้ค่ะ) 7.น้ำผึ้งแท้ 1/2 แก้ว 8.น้ำเปล่า 1-2 แก้ว แล้วแต่ความชอบ 9.ฝรั่ง 1 ผล 10.มะเขือเทศสีดา (ลูกเล็กๆ) 5 ลูก 11.น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ นำทุกอย่างมาปั่นรวมกัน สูตรนี้จะทำได้ประมาณ 1 ลิตร ในกรณีที่เป็นคนป่วย ให้รับประทานวันละ 1 ลิตร แต่ถ้าดื่มเพื่อสุขภาพเฉยๆ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ2-3 วัน
ความคิดเห็น
การดื่มน้ำผักและน้ำผลไม้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะดื่มแบบสำเร็จรูป ซึ่งผู้บริโภคไม่สามารถเลือกทานตามที่ตัวเองต้องการได้และการดื่มน้ำผลไม้สำเร็จรูปจะได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าการดื่มแบบสดๆ
การดื่มน้ำผักและผลไม้ผู้บริโภคแต่ละคนมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปบางคนดื่มเพื่อดับกระหาย บางคนดื่มเพื่อเป็นยารักษาโรค บางคนดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ ฯลฯ
ดังนั้นถ้าเราให้ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกโดยใช้วิธีการคั้นสดๆน่าจะเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้บริโภคพอสมควร
ประโยชน์ของผักและผลไม้แต่ละชนิด
กระเจี๊ยบแดง (Jamaican Sorrel, Rosella) Hibiscus sabdariffa Linn. Fam. : MALVACEAE ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อน ยอดอ่อน แกงส้ม ต้มส้ม
คุณค่าทางโภชนาการ กลีบเลี้ยงและใบประดับมีวิตามินซี มีกรดซิตริก มัลลิค ธาตุแคลเซียมสูง มีวิตามินเอและอื่นๆ ใบมีวิตามินเอสูงมาก 12,583 I.U. ต่อ 100 กรัมของส่วนที่กินได้ มีแคลเซียมสูง มีฟอสฟอรัสและอื่นๆ
ใช้เป็นยา ยอดและใบ ช่วยย่อยอาหาร ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาบำรุงธาตุ และยาระบาย ใช้ภายนอกคือ ตำพอกฝี ต้มน้ำชะล้างแผล ใบตำให้ละเอียดนำมาประคบฝีกลีบเลี้ยงทำให้สดชื่น ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ แก้นิ่ว แก้กระหายน้ำ เมล็ด ลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด บำรุงธาตุ ขับน้ำดี แก้ปัสสาวะขัดและเจ็บ
แคนตาลูป (Cantaloupea) Cucumis melo var. cantalupensis Fam. : CUCURBITACCEAE ใช้เป็นอาหาร ผลสุก รับประทานเป็นผลไม้ ทำเป็นน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อแคนตาลูป มีวิตามินเอสูงมาก มีวิตามินซีเล็กน้อย มีน้ำตาล และมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ผลเป็นยาขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ ขับน้ำนม ขับเหงื่อ บำรุงหัวใจ สมอง แก้อักเสบทางเดินปัสสาวะ แก้กระหาย ดับพิษร้อน
แครอท (carrot) Daucus carota Linn subsp. Sativus Thell. Fam. : UMBELLIFERAE ใช้เป็นอาหาร หัว ผัด ใส่แกงจืด ทำส้มตำแบบมะละกอ ดอง ขูด ละเอียดนำไปกวนทำขนม แกะสลัก ประกอบการตบแต่งอาหารทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ หัว มีสารเบต้า-แคโรทีนสูง มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ธาตุแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี 1 บี 2 และวิตามินซี
ใช้เป็นยา หัว มีปริมาณของเกลือโปตัสเซียมสูงซึ่งทำให้มีฤทธิ์ในทางขับปัสสาวะ มีน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ในทางขับพยาธิไส้เดือน
ตะไคร้ (Lemon Grass, Lapine) Cymbopogon citratus Stapf Fam. : GRAMINAE ใช้เป็นอาหาร ต้นสด นำมาแต่งกลิ่นเป็นอาหาร เป็นเครื่องเทศ เช่น เป็นส่วนผสมของเครื่องแกงต่างๆ ต้มยำ ยำต่างๆ ต้นสด ทำน้ำตะไคร้ได้
คุณค่าทางโภชนาการ ทั้งต้น มีน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะลำต้นใต้ดินและบนดินถ้ากลั่นด้วยไอน้ำจะให้น้ำมันหอมระเหย ชื่อ Lemongrass oil น้ำมันนี้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ มีเมนทอล แคลเซียม และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ทั้งต้น เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้องขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค เป็นยาทานวดก็ได้ หัว รักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงธาตุ แก้อาการขัดเบา ใบสด จะช่วยลดความดันโลหิตสูง แก้ไข้ ราก เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย ต้น เป็นยาแก้ขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้ผมแตกปลาย แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว และเป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ
บัวบก (Asiatic Penyrort) Centella asiatica Urban Fam. : UMBELLTFERAE ใช้เป็นอาหาร ทั้งต้น กินเป็นผักสด หรือลวกกินกับขนมจีน น้ำพริก นำมาเป็นผักเหนาะกินกับแกง นำมายำ ทำน้ำใบบัวบก
คุณค่าทางโภชนาการ บัวบกมีน้ำมันหอมระเหยทุกส่วน สารที่มีรสขม มีสารไกลโคไซด์ มีวิตามินเอสูงมาก มีธาตุแคลเซียม และสารอื่นๆ
ใช้เป็นยา ทั้งต้น นำมาต้มน้ำดื่ม แก้ฟกช้ำได้ ลดการอักเสบได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ตำพอกรักษาแผลสด ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ขับปัสสาวะและทำครีมทาผิวหนังแก้อักเสบ
เตยหอม (Pandanus) Pandanus odorus Ridl.
Fam. : PANDANACEAE ใช้เป็นอาหาร น้ำคั้นจากใบ นำมาแต่งกลิ่นแต่งสีขนม
คุณค่าทางโภชนาการ ใบเตยสด มีน้ำมันหอมระเหย รสหวาน หอม มัน และมีสีเขียวที่นิยมใช้แต่งสีอาหาร เป็นสารคลอโรฟิลล์
ใช้เป็นยา ใบสด ต้มกับน้ำดื่ม ลดอาการกระหายน้ำ บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น ต้นและราก เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวาน และแก้กระษัยน้ำเบาพิการ
ฝรั่ง (Guava) Psidium guajava Linn. Fam. : MYRTACEAEเป็นอาหาร ผลแก่ รับประทานเป็นผลไม้ และทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ ผลฝรั่งแก่เต็มที่มีวิตามินซีสูงจะลดลงเมื่อสุก ช่วยปกป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน มีวิตามินเอ วิตามินบี1 บี2 และบี6 ธาตุเหล็ก และแคลเซียมมีกรดอินทรีย์หลายชนิด และมีน้ำตาลเล็กน้อย
ใช้เป็นยา ใบ แก้อาการท้องเดิน เนื้อผลฝรั่งสุกเป็นยาระบายอ่อนๆ
มะขาม (Tamarind) Tamarindus indica Linn. Fam. : CAESALPINICEAE ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อน ดอก มีรสเปรี้ยว ใส่ในอาหาร ต้มยำ ต้มโคล้ง ฝักอ่อน มีรสเปรี้ยว ใช้ปรุงอาหาร น้ำพริกมะขาม ฝักแก่ รสเปรี้ยว ใช้เป็นเครื่องปรุงรส แกงส้ม แกงคั่ว
คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อมะขามเปียก มีกรดอินทรีย์สูง แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินและเอเล็กน้อย มีกัม เพคติน และอื่น ๆ เมล็ดมะขาม มีมิวซีเลจสูง ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำมันชนิด semidrying fixed oil และอื่น ๆ
ใช้เป็นยา ใบแก่ เป็นยาแก้ไอ แก้โรคบิด ขับเสมหะในลำไส้ เนื้อในผล แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ เมล็ดแก่ เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนในท้องเด็ก
มะเขือเทศ (Wild Tomato, Love Apple) Lycopersion esculentum Mill. Fam. : SOLANACEAE ใช้เป็นอาหาร ผลสุก ปรุงอาหารประเภทต้มหรือยำ หรือบริโภคสด แต่งสีอาหาร
คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเทศสุก มีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเกือบครบ เช่น เอ บี ซี เค และวิตามินอื่น ๆ วิตามินเอนั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะในมะเขือเทศสีดาและมีสารที่ให้สีเหลืองส้ม ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก และอื่น ๆ
ใช้เป็นยา มะเขือเทศสุก จะช่วยย่อย อาหารดีขึ้น ช่วยระบาย และช่วยฟอกเลือด ใช้มะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ หรือน้ำคั้นจากผลสดทาหน้า ช่วยทำให้ผิวหน้าตึงมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น
กล้วยหอม (Banana, Cultivated Banana) Musa sapientum Linn. Fam. : MUSACEAE ใช้เป็นอาหาร ผลแก่จัด นำมาทอด ฝานอบเนย ผลสุก รับประทานเป็นผลไม้ ทำขนมเค้ก ทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ กล้วยหอมสุก มีน้ำตาลหลายชนิด มีสารเพคติน มีโปรตีน วิตามินเอและซี ธาตุฟอสฟอรัส และแคลเซียม สารที่ให้กลิ่นหอมในกล้วยหอมสุก คือ amyl acetatea
ใช้เป็นยา ใบตอง ใช้ปิดแผลไฟไหม้ ใช้ใบตองที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไปและฆ่าเชื้อก่อนใช้เปลือกกล้วยหอมสุก ใช้รักษาส้นเท้าแตก โดยใช้เปลือกด้านทีติดเนื้อกล้วย ทาติดต่อกันจนกว่าจะหาย
ขิง (Ginger) Zingiber officinale Roscoe Fam. : ZINGIBERACEAE ใช้เป็นอาหาร ขิงสด ใช้ปรุงอาหาร เป็นผักจิ้ม ทำขิงดอง ทำน้ำขิง
คุณค่าทางโภชนาการ ขิง มีน้ำมันหอมระเหย 1-3 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ขิงมีกลิ่นหอม และมีน้ำมันชัน (oleoresin) ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเหง้าขิงแก่ๆ สารชนิดนี้ทำให้ขิงมีกลิ่นฉุน และรสเผ็ด ยังมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสและอื่นๆ
ใช้เป็นยา ต้น ขับผายลม บรรเทาอาการจุกเสียด แน่นเฟ้อ บำรุงธาตุไฟ รักษานิ่ว ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ รักษาโรคตา บิด ลมป่วง ท้องร่วงอย่างแรง อาเจียน ใบ บรรเทาอาการฟกช้ำ ช่วยย่อยอาหาร ขับผายลม รักษาโรคกำเดาและนิ่ว ขับลมในลำไส้ ดอก ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ และบำรุงธาตุไฟ ผล รักษาอาการไข้
มะนาว (Common Lime, Lime) Citrus aurantifolia Swing Fam. : RUTACEAE ใช้เป็นอาหาร น้ำจากผล ใช้ปรุงรสอาหารให้มีรสเปรี้ยว ใช้ทั้งน้ำและเปลือกรับประทานกับเมี่ยง ใช้ดองไว้ปรุงอาหาร ทำน้ำผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ น้ำมะนาวมีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดซิตริก มาลิค วิตามินซีสูง และมีสารอื่นๆ ผิวมะนาว มีน้ำมันหอมระเหย มีวิตามินเอ และซี มีธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัสสูงกว่าในน้ำมะนาวมีสารที่มีรสขม และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ใบ ต้มเอาน้ำกิน เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้ท้องอืด ท้องเสีย ช่วยขับลม และทำให้เจริญอาหาร ผล คั้นเอาน้ำกินเป็นยาแก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้เลือดออกตามไรฟัน และถ่ายพยาธิ หรือผลดองเกลือใช้เป็นยาขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ เปลือกผล เปลือกผลแห้ง ต้มน้ำกินเป็นยาแก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้ปวดท้อง ขับเสมหะ บำรุงกระเพาะอาหาร และขับลม รากสด แก้ฟกช้ำจากการถูกกระแทกหรือหกล้ม แก้ปวด และแก้พิษสุนัขกัด
มะละกอ (Papaya, Pawpaw) Carica papaya Linn. Fam. : CARICACEAE ใช้เป็นอาหาร ผลดิบ นึ่งหรือต้มรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก ผัดกับไข่หรือหมู ทำส้มตำ แกงส้ม ยอดอ่อนดอง รับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก ผลสุก รับประทานเป็นผลไม้
คุณค่าทางโภชนาการ ผลมะละกอดิบมียาง มีสารเพคติน แคลเซียม วิตามินซี และอื่นๆ ผลมะละกอสุก มีวิตามินเอสูง วิตามินซี สารเพคติน เหล็ก แคลเซียม และมีสาร carotenoid เป็นสารที่ทำให้เนื้อมะละกอสุกมีสีส้ม
ใช้เป็นยา ต้นมะละกอ ขับประจำเดือน ลดไข้ ดอก ขับปัสสาวะ ราก แก้กลากเกลื้อน ยาง ช่วยกัดแผล รักษาตาปลาและหูด ฆ่าพยาธิ
ระกำ (Rakam, Sala) Salacca rumphii Wall. Fam. : PALMAE ใช้เป็นอาหาร ผลดิบ รสเปรี้ยวนำมาตำน้ำพริก ใส่แกงส้ม ผลสุก รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยวรับประทานเป็นผลไม้ หรือดองหวาน
คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อระกำ มีกรดอินทรีย์ มีน้ำตาล มีวิตามินซีเล็กน้อย มีธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัส และอื่นๆ
ใช้เป็นยา ผล กินเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ แก่น มีรสขมหวาน ใช้เป็นยาขับเสมหะ รักษากำเดา รักษาเลือด
ว่านหางจระเข้ (Aloe, Aloin, Star Cactus, Jafferabad, Barbados) Aloe barbadensis Mill., A. indica Royle., A. vera Linn. Fam. : LILIACEAE ใช้เป็นอาหาร วุ้นจากใบ ทำลอยแก้ว วุ้นแช่อิ่ม และทำน้ำว่านหางจระเข้
คุณค่าทางโภชนาการ วุ้นและน้ำเมือก จะมีสารพวก Aloethin A เป็นสารพวก Glycoprotein และมีสารอื่นๆ ยางสีเหลือง มีสารออกฤทธิ์ที่เป็นยาถ่าย เป็นสารจำพวกแอนทราควินโนน
ใช้เป็นยา น้ำยางจากใบ ผสมกับสารส้มกิน รักษาโรคหนองใน ใบ ให้ยาดำใช้เป็นยาระบายและเป็นยาถ่ายจะออกฤทธิ์ที่ลำไส้ใหญ่ วุ้นจากใบ รักษาแผลไฟไหม้ การอักเสบของผิวหนัง และรักษาแผลที่เกิดจากการไหม้และจากเอกซเรย์ วุ้นใช้รักษาจุดด่างดำบนใบหน้า ฝ้า ส่วนใบสดใช้ฝานหนาๆ แล้วทาปูนแดงใช้ปิดขมับ รักษาอาการปวดศีรษะ ทำให้เย็น ดูดพิษ รากและเหง้า นำไปต้มกินรักษาโรคหนองใน
เครื่องดื่มทายนิสัย
ชอบดื่มน้ำหวาน
คนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มจำพวกน้ำหวานธรรมดาๆง่ายๆนั้น มักเป็นคนที่รักสงบ ชอบทำงานประเภทที่มีความมั่นคงปลอดภัย มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ และมีหลักประกันในชีวิตที่แน่นอน ความสับสนวุ่นวายเป็นสิ่งที่มักหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอ ทั้งยังมีความมานะพยายามสูง ค่อนข้างจะยึดมั่นในสิ่งที่ตนคิดเอามากๆ ไม่ใช่คนที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆได้โดยง่าย ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีความสุขอยู่เสมอ และมีความหวังในชีวิตอยู่ตลอดเวลา
ชอบดื่มน้ำอัดลม สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมมากที่สุดนั้น มักเป็นคนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองเอามากๆ ไม่มีใครสามารถบังคับให้อยู่ในกฎเกณฑ์ได้ ทั้งยังเป็นคนที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นเท่าที่ควร แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่ให้ความสนใจในเรื่องลึกซึ้ง เช่นพวกธรรมะ หรือศาสนา และเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน นอกจากนี้ยังเป็นคนรักการเดินทางมาก ชอบการผจญภัยตลอดเวลา และไม่เคยย่อท้อต่อความผิดหวัง
ชอบดื่มน้ำผลไม้ ส่วนคนที่ชอบดื่มน้ำผลไม้มากที่สุด จนเป็นเครื่องดื่มแสนโปรดปรานนั้น มักเป็นคนที่มีความขยันขันแข็งมาก ทำงานได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยทีเดียว และจะมีความสุขมากหากได้ทำงาน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือ รับใช้บริการมากๆ จนเหมือนคนชอบเข้าไปวุ่นวายในชีวิตคนอื่นๆ แต่ว่าก็จะทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเสมอ และยังมีลักษณะของคนที่เจ้าระเบียบ ออกจะจู้จี้จุกจิกอยู่สักหน่อย ให้ความสำคัญต่อเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนลืมสิ่งสำคัญไปอยู่บ่อยๆ
ชอบดื่มกาแฟ ผู้ที่มีเครื่องดื่มที่ชอบที่สุดคือกาแฟนั้น มักเป็นคนที่มีความคาดหวังในชีวิตสูงมาก เมื่อตั้งความหวังอะไรไว้ ก็จะพยายามไปถึงสิ่งที่หวังนั้นให้ได้อย่างใจเย็น และรู้จักการรอคอย ทั้งยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ยึดถือในเหตุผลและหลักการ ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ไม่ใช่คนที่ซับซ้อนอะไรเลย หากเป็นคนจริงจังและตรงไปตรงมามาก ชอบคิดอะไรง่ายๆ แต่ไม่ค่อยมีรายละเอียดในชีวิตนัก
ชอบดื่มไวน์ สำหรับคนที่ชอบดื่มไวน์นั้น มักเป็นคนที่มีรายละเอียดและกฎเกณฑ์ ในชีวิตเสมอ ทั้งยังเป็นคนที่ยึดมั่นต่อขนบธรรมเนียมประเพณีมากๆอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ยึดมั่นในความถูกต้องและกฎเกณฑ์ ที่ดีงามของสังคม เป็นคนที่รู้จักกาละเทศะ และสามารถเข้าสังคมได้ดี นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่องพิธีกรรมต่างๆเป็นอย่างสูง และค่อนข้างจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม จึงมักจะมีปัญหากับคนที่ชอบทำตัวอิสระเกินขอบเขต
ชอบดื่มเหล้าต่างๆ สำหรับคนที่ชอบดื่มเหล้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นบรั่นดี วิสกี้ วอดก้า หรือเหล้าใดๆก็ตามนั้น มักเป็นคนที่รักความสนุกสนาน ชอบแสวงหาความบันเทิงให้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นคนที่ใจกว้างทำให้เป็นที่รู้จักของคนมากหน้าหลายตา และมักจะสนใจในเรื่องที่มีความสำคัญมากๆเท่านั้น แต่กับเรื่องเล็กๆใกล้ตัว กลับกลายเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบได้อย่างน่าแปลกใจ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองมาก เช่น บุคลิกอาจดูเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วจิตใจอ่อนแอยิ่งนัก
ชอบดื่มเบียร์ ส่วนคนที่ชอบดื่มเบียร์มากที่สุดในบรรดาทั้งหลายนั้น มักเป็นคนที่มีชีวิตชีวา และมีจิตใจที่ฮึกเหิมกล้าหาญมาก และรักการผจญภัยเป็นที่สุด ทั้งยังเป็นคนใจร้อนใจเร็วไปเสียทุกเรื่อง โดยไม่สนใจสถานการณ์ใดๆทั้งสิ้น และยังไม่ใช่คนรอบคอบที่รู้จักคิดอะไรโดยมีการไตร่ตรองนัก มักเปลี่ยนใจง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นตัวของตัวเองมาก ให้ทนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบจะทนไม่ได้เลย มีความเป็นอิสระสูง และชอบการแสดงออก
ชอบดื่มน้ำชา คนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มจำพวกชาต่างๆนั้น มักเป็นคนที่มีความละเมียดละไมในการใช้ชีวิตมาก มีความนุ่มนวลอ่อนโยน และชอบเอาอกเอาใจคนรอบข้าง คนที่อยู่ใกล้ชิดมักรู้สึกถึงความสงบ อบอุ่น และผ่อนคลาย ทั้งยังสามารถเข้าได้กับคนทุกกลุ่ม และมีเสน่ห์ต่อทุกคน นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ปรับตัวได้เก่ง ช่างประนีประนอม และไม่ชอบความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น แถมยังเป็นคนที่มักลังเลในการตัดสินใจเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ยุติธรรมมาก
น้ำผลไม้ที่ควรดื่ม ตามกรุ๊ปเลือด
คนเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนมากจะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ • น้ำสับปะรด • น้ำลูกพรุน แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิล น้ำส้ม น้ำกะหล่ำปลี
เลือดกรุ๊ปเอ เรียกว่าตรงข้ามกับกรุ๊ปโอ แทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่น • ไส้กรอก • แฮม เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร
เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ • น้ำแอปพริคอต • น้ำแคร์รอต
• น้ำเซเลอรี • น้ำเกรปฟรุต • น้ำสับปะรด • น้ำมะนาว เพราะมี วิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปบี เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงควรกินอาหารจำพวก• ผักใบเขียว • ตับ • ไข่ • นมไขมันต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ • น้ำกะหล่ำปลี • น้ำแครนเบอร์รี่ • น้ำองุ่น • น้ำมะละกอ • น้ำสับปะรด เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะ แต่ให้ระวังการดื่มน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปเอบี คนเลือดกรุ๊ปนี้ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น • บร็อกโคลี่ • เชอร์รี่ • ส้มโอ • เกรปฟรุต • กะหล่ำปลี • และดื่มน้ำแคร์รอต • น้ำเซเลอรี • น้ำแครนเบอร์รี่ • น้ำองุ่น • และน้ำมะละกอ เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก
ราศีเกิดกับน้ำสมุนไพร ในทางโหราศาสตร์ได้จัดแบ่งราศีเกิดของคนเราตามการหมุนของดวง อาทิตย์ไว้ 12 ราศี แต่ละราศีจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของแต่ละคน และมี ผลต่อร่างกายของคนเราซึ่งประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุ ลม และธาตุไฟ บุคคลแต่ละคนจะมีธาตุหนึ่งธาตุใดในร่างกายเด่นชัดออกมา และจะแสดงออกเป็นบุคลิก นิสัย ใจคอ อารมณ์รวมทั้งพฤติกรรมการเลือก บริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลได้ ซึ่งราศีเกิด แต่ละคนสามารถพิจารณาจากวันเดือนเกิดของตัวเองได้ ดังนี้ ผู้ที่เกิดราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เมย - 13 พค ราศีแกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีเมษ) ผู้ที่เกิดราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พค - 14 มิย ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีพฤษภ) ผู้ที่เกิดราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิย - 15 กค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคMาอยู่ราศีเมถุน) ผู้ที่เกิดราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 กค - 16 สค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกรกฏ) ผู้ที่เกิดราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 สค - 16 กย ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีสิงห์) ผู้ที่เกิดราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 กย - 16 ตค ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกันย์) ผู้ที่เกิดราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ตค - 15 พย ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีตุลย์) ผู้ที่เกิดราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พย - 15 ธค. ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีพิจิก) ผู้ที่เกิดราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธค - 13 มค ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีธนู) ผู้ที่เกิดราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มค - 12 กพ ราศีเกิดเป็นธาตุดิน (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีมังกร)
ผู้ที่เกิดราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 กพ - 13 มีค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกุมภ์) ผู้ที่เกิดราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มีค - 12 เมย ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ (หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีมีน) ธาตุดิน มักชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวานรสมันและ รสเค็ม -รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขามป้อม น้ำลูกหว้า -รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย -รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว -รสเค็ม เช่น เกลือ ธาตุน้ำ มักจะชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสขม - รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำมะยม น้ำส้มโอ น้ำมังคุด น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำส้มเขียวหวาน น้ำลังสาด น้ำลิ้นจี่ น้ำเชอรี่ น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำทับทิม น้ำพุทรา น้ำสตอเบอรี่ น้ำมะขวิด น้ำมะปราง น้ำมะเฟือง น้ำมะไฟ น้ำมะม่วง - รสขม เช่น น้ำมะระขี้นก น้ำเห็ดหลินจือ น้าใบบัวบก ธาตุลม มักจะชอบดื่มน้ำผักผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน -รสเผ็ดร้อน เช่น น้ำกระเพราแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้ธาตุไฟ มักชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสหอมเย็น (สุขุม) รสจืด -รสหอมเย็น (สุขุม) เช่น น้ำลูกเดือย น้ำเม็ดแมงลัก น้ำอาร์ซี น้ำแตงไทย น้ำมะพร้าว น้ำรากบัว น้ำลูกจาก น้ำลูกตาลอ่อน - รสจืด เช่นน้ำผักคะถ้าน้ำผักตำลึงน้ำแตงกวา น้ำคึ่นช่าย น้ำดอกคำฝอย น้ำว่านหางจระเข้ น้ำกระหล่ำปลี น้ำผักกวางตุ้ง สรุป ไม่ว่าจะเกิดราศีใดก็ตามไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำสมุนไพรเฉพาะธาตุ ราศีเกิดของตัวเองเท่านั้น แต่ควรดื่มน้ำสมุนไพรรสชาติอื่น ๆ ด้วย เพราะถ้า หากเราดื่มน้ำสมุนไพรตามธาตุหนึ่งธาตุใดน้อยหรือมากเกินไป จะทำให้ ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นควรดื่มน้ำสมุนไพรครบทั้ง 4 ธาตุ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้สารอาหารหลาย ๆ ชนิด
สูตรน้ำผักและน้ำผลไม้สด
-สูตร Ultimate detoxส่วนผสม : แอปเปิ้ลเขียว 2 ผล แคร์รอต 4 หัววิธีทำ : คั้นน้ำแคร์รอตและแอปเปิ้ลเขียว ผสมเข้าด้วยกัน เติมน้ำแข็ง 1-2 ก้อน ดื่มทันที สูตรนี้จะช่วยล้างอวัยวะภายในและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน- สูตร Juice Boostส่วนผสม: สตอเบอร์รี่ 200 กรัม แตงโม 200 กรัมวิธีทำ : คั้นน้ำผลไม้ทั้ง 2 ชนิด แล้วนำไปปั่นผสมรวมกับน้ำแข็ง 2 ก้อน สูตรนี้คุณจะได้ธาตุสังกะสีและโพแทสเซียมที่ช่วยกำจัดพิษ และยังได้วิตามินซีที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโรคอีกด้วย- สูตร Squeaky greenส่วนผสม : แคร์รอต 175 กรัม ปวยเล้ง 100 กรัมผักกาดหอม 100 กรัม ขึ้นฉ่าย 90 กรัมผักชีฝรั่ง 25 กรัมวิธีทำ : คั้นส่วนผสมทั้งหมด นำน้ำที่ได้ไปปั่นรวมกับน้ำแข็ง 2 ก้อน สูตรนี้เป็นเครื่องดื่มชั้นยอดที่ใช้ในการล้างพิษ และป้องกันการสะสมพิษ แคร์รอต ปวยเล้ง ขึ้นฉ่าย และผักชีฝรั่ง จะช่วยฟื้นฟูและระบบน้ำเหลือง ช่วยย่อยอาหาร ส่วยผักชีฝรั่งจะช่วยลดการเกิดนิ่วในไต- สูตร Sleep tightส่วนผสม : องุ่นเขียว 125 กรัม ผักกาดหอม 50 กรัม ขึ้นฉ่าย 50 กรัม สับปะรด 125 กรัมวิธีทำ : คั้นส่วนผสมทั้งหมด ผสมน้ำที่ได้เข้าด้วยกันเติมน้ำแข็ง 2 ก้อน ปั่นให้เข้ากัน ผักกาดหอมและขึ้นฉ่าย จะช่วยฟื้นฟูตับระบบน้ำเหลือง และระบบย่อยอาหาร ส่วนสัปปะรดและองุ่นจะช่วยล้างพิษ แต่เมื่อนำมาผสมรวมกันจะทำให้หลับนาน
น้ำฝรั่งส่วนผสม ฝรั่งแก่จัด (หันชินเล็ก ๆ) 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) เกลือป่นเล็กน้อย 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ เลือกฝรั่งที่แก่จัด ล้างน้ำสะอาด ฝานเฉพาะเนื้อชิ้นเล็ก ๆ นำใส่เครื่องปั่น เติมน้ำสุก ปั่นจนละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นเล็กน้อย ชิมรสตามใจชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีสารเบต้า-คาโรทีน ช่วยลดสารพิษในร่างกาย ทั้งยังป้องกันไม่ให้ไขมันจับที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดแข็งตัว คุณค่าทางยาช่วยลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วย เส้นเลือดอุดตันน้ำมะขามส่วนผสม เนื้อมะขามสด หรือเปียก 20 กรัม (2 ฝักใหญ่) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5ช้อนชา) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำมะขามสดไปลวกในน้ำต้มเดือด ตักขึ้นแกะเอาแต่เนื้อมะขาม นำไป ต้มกับน้ำตามส่วนผสมให้เดือด เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ แต่ถ้าใช้มะขามเปียก ควรแช่น้ำไว้สัก 1/2 ชั่วโมง เพื่อให้มะขามเปียก เปื่อยยุ่ยออกมารวมกับน้ำ ก่อนนำไปต้มจนเดือด แล้วปรุงด้วยน้ำเชื่อม และเกลือ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วย บำรงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ คุณค่าทางยาช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการ ขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันน้ำสับปะรดส่วนผสม น้ำสับปะรด 240 กรัม (1/4 ผลใหญ่) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำสับปะรดล้างให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วล้างอีกครั้ง คั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสมากช่วยบำรุงกระดูก และฟันรองลงมามีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือด ออกตามไรฟัน คุณค่าทางยาช่วยย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้อง ลดอาการ อักเสบ บวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยขับ เสมหะ น้ำส้มส่วนผสม ส้มเขียวหวาน 220 กรัม (3 ผลขนาดกลาง) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำส้มมาล้างเปลือกให้สะอาดใช้มีดผ่าขวางลูก คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือ ตักเอาเมล็ดออก ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอมาก ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ช่วยบำรุง กระดูก และ ฟัน คุณค่าทางยาป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตาม ไรฟันน้ำกระเจี๊ยบส่วนผสม ดอกกระเจี๊ยบสด/แห้ง 20 กรัม (5 ดอก) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำเปล่า 200 กรัม (14 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนคาว) วิธีทำ 1 เอาดอกกระเจี๊ยบสดหรือแห้งก็ได้ ล้างน้ำทำความสะอาดนำใส่หม้อ ต้มจนเดือด แล้วลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวเรื่อย ๆ จนน้ำเป็นสีแดง จนเข้มข้น 2. เอาดอกกระเจี๊ยบขึ้นจากหม้อต้ม แล้วเอาน้ำเชื่อมและเกลือใส่ลงไป ปล่อยให้น้ำกระเจี๊ยบเดือด 1 นาที ก็ยกลง ชิมรสตามใจชอบ 3. เอาขวดแม่โขงมาล้างทำความสะอาด ต้มในน้ำเดือด 20 นาที นำ น้ำกระเจี๊ยบแดงมากรอก แล้วปิดจุกให้แน่น เก็บไว้ได้นาน (ควร แช่ในตู้เย็น) หรืออีกวิธีหนึ่ง นำดอกกระเจี๊ยบมาตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผง นำผงกระเจี๊ยบครั้งละ 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิกรัม ) ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหารให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตารอง ลงมามีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน คุณค่าทางยาช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต เป็นยาระบาย อ่อนๆ และช่วยแก้อาการกระหายน้ำน้ำใบบัวบกส่วนผสม ใบบัวบก 10 กรัม (หั่น 5 ช้อนคาว) น้ำเชื่อม 15 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำใบบัวบกล้างให้สะอาด นำไปใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำครั้งส่วน ปั่นให้ ละเอียด กรองเอาแต่น้ำ ใส่น้ำที่เหลือ กั้นน้ำให้แห้ง นำน้ำที่ได้ใส่น้ำเชื่อม ชิมรส ตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ สูงมาก ช่วยบำรุงสายตา และสาร แคลเซียมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด คุณค่าทางยาช่วยแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหาย น้ำ ลดอาการปวดศีรษะข้างเดียว บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้าได้ดี แก้ความดันโลหิตสูง ถ้าดื่มทุกวันเพียง 1 สัปดาห์ความดันโลหิต ที่สูงจะลดลง นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบและ รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ เลือดแข็งตัวเร็ว ช่วยขับปัสสาวะน้ำขิง ส่วนผสม ขิงสด 15 กรัม (ขนาด 1” x 15” 5 ชิ้น) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำขิงมาปอกเปลือกล้างให้สะอาดหั่นเป็นแว่นใส่หม้อใส่น้ำ ตั้งไฟต้ม น้ำจนเดือดสักครู่ยกลง กรองเอาขิงออก ใส่น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ หรืออีกวิธีหนึ่ง ใช้เหง้าขิงแก่ฝนกับน้ำมะนาว ใช้กวาดคอ หรือใช้ เหง้าขิงสดตำผสมน้ำเล็กน้อย นั้นเอาน้ำและใส่เกลือนิดหน่อยใช้จิบบ่อย ๆ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร พรั่งพร้อมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยัง มีสารเบต้า-แคโรทีนอีกด้วยซึ่งช่วยต้านโรคมะเร็ง คุณค่าทางยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม และขับเสมหะ แก้อาการ คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ ช่วยเจริญอาหาร กินข้าวได้นอกจากนั้นยังลดการจับตัวของลิ่มเลือด ช่วยย่อยอาหารโดยเพิ่มการหลั่งน้ำดีและน้ำย่อย ต่าง ๆ ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารน้ำตะไคร้ส่วนผสม ตะไคร้ 20 กรัม (1 ต้น) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว) วิธีทำ นำตะไคร้มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น ทับให้แตก ใส่หม้อต้มกับ น้ำให้เดือดกระทั่งน้ำตะไคร้ออกมาปนกับน้ำจนเป็นสีเขียว สักครู่จึงยกลง กรองเอาตะไคร้ออก เติมน้ำเชื่อมชิมรสตามชอบหรืออาจเอาเหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดิน ล้างให้สะอาด ฐานเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงเป็นชา ดื่มวันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 ถ้วยชา จะช่วยขับปัสสาวะให้สะดวก ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยัง แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วย เพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร คุณค่าทางยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ขับ ปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดีช่วยลดพิษของสารแปลก ปลอมในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตน้ำใบตำลึงส่วนผสม ใบตำลึง 20 กรัม (หัน 10 ช้อนคาว) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำมะนาว 10 กรัม (2 ช้อนชา) น้ำต้มเปล่าสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนคาว) วิธีทำ นำใบตำลึงมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำต้มครึ่งหนึ่ง (7 ช้อนคาว) ปั้นให้ละเอียด นำไปกรอง ใส่น้ำที่เหลือนั้นเอาแต่น้ำ นำน้ำทีได้ไปใส่เกลือ น้ำมะนาว น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตา มี แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูก และ วิตามินซี ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน คุณค่าทางยานำใบมาตำให้ละเอียด แก้อาการแพ้ อาการอักเสบ แมลงกัดต่อย ช่วยป้องกันโลหิตจาง โรคมะเร็ง และหัวใจขาดเลือดน้ำมะเขือเทศส่วนผสม มะเขือเทศ 50 กรัม (1 ผลใหญ่) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว) น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำมะเขือเทศล้างให้สะอาดหั่นให้ชิ้นพอประมาณ ใส่ในเครื่องปั่น พร้อมน้ำเชื่อม เกลือ น้ำสุก ปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีเบต้า-คาโรทีน สูงมาก ช่วยต่อต้านมะเร็ง และ มีวิตามินซีมากเช่นกัน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน คุณค่าทางยาทำให้เกิดความสดชื่น แก้กระหายน้ำ ผิวพรรณ ผ่องใสช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้นช่วยฟอกเลือด และ ป้องกัน โรคมะเร็งน้ำมะนาวส่วนผสม น้ำมะนาว 30 กรัม (2 ช้อนคาว,1ผล) น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว) น้ำเปล่าต้มสุก 180 กรัม (12 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา) วิธีทำ นำมะนาวมาล้างเปลือกแล้วผ่าออก เอาเมล็ดมะนาวออกให้หมด คั้น เอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำ น้ำเชื่อม เกลือ คนให้เกลือละลาย ชิมรสตามชอบ หรืออาจเอาเปลือกของผลสดประมาณครึ่งผลหรือทุบเล็กน้อยพอให้ น้ำมันออก ชงน้ำร้อนดื่มเวลา มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีมากช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน คุณค่าทางยาช่วยขับเสมหะลดอาการไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน และช่วยขับลมในกระเพาะ แก้ท้องอืด ท้องเรื่องและอ่อนเพลีย น้ำลูกเดือยส่วนผสม ลูกเดือยดิบ 50 กรัม (5 ช้อนคาว) น้ำตาลทฆราย 10 กรัม (2 ช้อนกาแฟ) น้ำเปล่า 250 กรัม (16 ช้อนคาว) เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนกาแฟ) วิธีทำ นำลูกเดือยล้างให้สะอาด ใส่หม้อเติมน้ำตั้งไฟเคี่ยวจนลูกเดือยสุกเปื่อย ใส่น้ำตาล เกลือปนใส่ในเครื่องปั่น ปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร ให้ฟอสฟอรัสสูงมากช่วยบำรุงกระดูกรองลงมา มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตาบำรุงธาตุ เป็นอาหาร สำหรับคนไข้ฟักฟื้น ช่วยเจริญอาหาร คุณค่าทางยาชงเป็นยาเย็น ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน บำรุงไต กระเพาะอาหาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมใน สตรีหลังคลอด รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงน้ำธัญพืช ส่วนผสม ข้าวแดงจากข้าวซ้อมมือ 2 กำมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ 2 กำมือ ข้าวสาลีเม็ด 1 กำมือ ข้าวบาร์เลย์ 1 กำมือ ข้าวฟ่าง 1 กำมือ ลูกเดือย 1 กำมือ ลูกบัว 1 กำมือ ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ น้ำเปล่า 2 ลิตร วิธีทำ 1 นำลูกบัว ลูกเดือย ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่างมาต้มจนเดือด พอเดือดแล้วใส่ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ ข้าวแดง ตามลงไป 2 ต้มต่อไปจนเดือดอีกครั้ง จากนั้นใส่ข้าวโอ๊ตเป็นส่วนสุดท้าย เดือด แล้วปิดไฟ ปล่อยให้ข้าวต่าง ๆ นอนก้น แล้วตักแต่น้ำใส ๆ ดื่ม ร้อน ๆ หรืออุ่น ๆ ก็ได้ 3. กากข้าวเอาไปทำข้าวต้มต่อ อาจเติมฟักทอง มันเทศ หรือเผือกลง ไปก็ได้ ต้มจนข้าวเป็นยาง จึงยกลง (จากหนังสือ “กูแน่”ของดร.สาทิส อินทรกำแหง) ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางอาหาร ช่วยบำรุ่งร่างกาย และแก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้กินอาหารได้นอนหลับ คุณค่าทางยาช่วยป้องกันโรคเหน็บชาน้ำดอกคำฝอยส่วนผสม ดอกคำฝอยแห้ง 2-5 กรัม (1 หยิบมือ) น้ำเดือด 150 กรัม (1 ถ้วยกาแฟ) วิธีทำ 1. เอาดอกคำฝอยใส่ในถ้วยกาแฟ เทน้ำร้อนลงไป 2. เอาช้อนกาแฟคนให้เข้ากับน้ำร้อน จนกระทั่งน้ำเป็นสีแดงปนน้ำตาล สีจะเข้ม แล้วจิบดื่มช้าๆ ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ คุณค่าทางยาลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วย ขับเหงื่อช่วยระบายอ่อนๆคนจีนใช้รักษาโรคหัวใจ และ หลอดเลือดสูตรน้ำผลไม้ควบคุมน้ำหนัก
สูตรน้ำผลไม้ตัวนี้ ใช้ผสมอาหารควบคุมน้ำหนัก ลองกินดูแล้วอร่อยดี แล้วก็ลดน้ำหนักได้ด้วย • แตงโมง ¼ ลูก โยเกิตร์ ½ ถ้วย น้ำแข็ง 1 ถ้วย อาหารควบคุมน้ำหนักกลิ่นสตอเบอรี่ 2 ช้อนโต๊ะ นำมาปั่นรวมกัน แล้วก็เสริฟ์ได้ 2 แก้ว สูตรนี้ใช้ทานแทนข้าวได้หนึ่งมื้อ และในมื้อนั้นก็ไม่ต้องทานข้าวอีก • นมเปรี้ยวกลิ่นผลไม้รวม 250 ml. นำมาผสมกับอาหารควบคุมน้ำหนักกลิ่นวานิลา 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเขย่าให้เข้ากัน คุณก็ทานได้แล้ว ง่าย ๆ นิดเดียว ใช้เวลาไม่นาน แล้วก็สามารถทานแทนข้าวได้อีกหนึ่งมื้อ อิ่มด้วย อร่อยด้วย และที่สำคัญลดน้ำหนักได้อีกด้วย • โอวัลติล หรือไมโล 3 in 1 ก็ได้ 250 ml. นำมาผสมกับอาหารควบคุมน้ำหนักกลิ่นชอคโกแลต 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเขย่าให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็งด้วยก็ได้ แค่นี้คุณก็ทานได้แล้วแทนข้าวได้อีกหนึ่งมื้อ หรือจะใช้นมพร่องมันเนยแทนโอวัลติล หรือไมโลก็ได้ เลือกได้ทุกกลิ่น ทุกรส แล้วแต่คุณจะชอบ สนใจขอรายละเอียดสูตรอื่นเพิ่มเติมได้ที่www.bfit.active.ws
สูตรน้ำผลไม้ชาววัง
เป็นสูตรน้ำผลไม้ที่ได้จากข้าหลวงประจำพระองค์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ เป็นสูตรที่ในวังกำลังนิยมกันมาก ในหลวงทรงเสวยทุกวัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณสดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคมะเร็ง มีคนเป็นมะเร็งอายุประมาณ 80 กว่า ต้องให้คีโม แต่ปรากฏว่าพอรับประทานน้ำผลไม้สูตรนี้ไปเป็นเวลาประมาณไม่ถึง 1 เดือน ปรากฏว่ามีผมงอกขึ้น และแข็งแรงขึ้นมาก จนหมอตกใจ ลองนำไปปั่นทานกันดูน่าจะดีต่อสุขภาพไม่มากก็น้อย 1.แอปเปิ้ล 1 ผล 2.แครอท 1 ลูก 3.ผักสลัด(ผักกาดแก้ว) 3 ใบ 4.ตั้งโอ๋ 2 ก้าน 5.มะนาว 1 ลูก 6. น้ำเสาวรส 1/2 แก้ว (ถ้าไม่มีสดให้ซื้อน้ำเสาวรสกระป๋องก็ได้ค่ะ) 7.น้ำผึ้งแท้ 1/2 แก้ว 8.น้ำเปล่า 1-2 แก้ว แล้วแต่ความชอบ 9.ฝรั่ง 1 ผล 10.มะเขือเทศสีดา (ลูกเล็กๆ) 5 ลูก 11.น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ นำทุกอย่างมาปั่นรวมกัน สูตรนี้จะทำได้ประมาณ 1 ลิตร ในกรณีที่เป็นคนป่วย ให้รับประทานวันละ 1 ลิตร แต่ถ้าดื่มเพื่อสุขภาพเฉยๆ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ2-3 วัน
ความคิดเห็น
การดื่มน้ำผักและน้ำผลไม้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะดื่มแบบสำเร็จรูป ซึ่งผู้บริโภคไม่สามารถเลือกทานตามที่ตัวเองต้องการได้และการดื่มน้ำผลไม้สำเร็จรูปจะได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าการดื่มแบบสดๆ
การดื่มน้ำผักและผลไม้ผู้บริโภคแต่ละคนมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปบางคนดื่มเพื่อดับกระหาย บางคนดื่มเพื่อเป็นยารักษาโรค บางคนดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ ฯลฯ
ดังนั้นถ้าเราให้ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกโดยใช้วิธีการคั้นสดๆน่าจะเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้บริโภคพอสมควร


